แมวไม่มีขน

แมวไม่มีขน เป็นสายพันธุ์แมวที่ได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ เนื่องจากเป็นตัวเลือกที่ดีสำหรับผู้ที่แพ้ขนแมว โดย แมวสายพันธุ์ไม่มีขน นั้น แท้จริงแล้วยังมีขนอยู่บ้าง แต่มีปริมาณน้อยมากจนแทบมองไม่เห็น ขนที่ขึ้นจะมีความยาวเพียง 2-3 มิลลิเมตรเท่านั้น

7 สายพันธุ์ แมวไม่มีขน มีลักษณะเด่นที่แตกต่าง ดังนี้

1. สฟิงซ์ (Sphynx)

แมวไม่มีขน
  • ลักษณะที่ปรากฏ : สฟิงซ์ เป็นสายพันธุ์แมวไร้ขนที่เป็นที่รู้จักมากที่สุด พวกมันมีผิวที่อ่อนนุ่มและมีรอยย่นที่ให้ความรู้สึกเหมือนหนังกลับ พวกเขาอาจมีขนปุยบางๆบนร่างกายของพวกเขาได้และผิวหนังของพวกเขาอาจมีสีและลวดลายต่างๆ ดังนี้ สีขนสฟิงซ์ สามารถมีสีขนได้หลากหลาย เช่น สีขาว สีดำ สีน้ำตาล สีครีม สีฟ้า สีน้ำตาลทอง สีน้ำตาลแดง ลวดลายสฟิงซ์ สามารถมีลวดลายได้หลากหลาย เช่น ลายจุด ลายเสือ ลายสลิด ลายหินอ่อน
  • ลักษณะนิสัย : สฟิงซ์เป็นแมวที่น่ารัก ขี้เล่น และเข้ากับคนง่าย พวกเขารักความสนใจและเป็นที่รู้จักจากบุคลิกที่เปิดเผย พวกมันชอบเข้าสังคม เข้ากับสัตว์เลี้ยงตัวอื่นได้ดี และเข้ากับคนแปลกหน้าได้ดี
  • แหล่งกำเนิด : สฟิงซ์มีต้นกำเนิดมาจากแคนาดา (แม้ว่าแมวไม่มีขนจะได้รับการบันทึกไว้ในส่วนอื่นๆ ของโลก แต่การ เพาะพันธุ์สฟิงซ์ สมัยใหม่เริ่มขึ้นในแคนาดาในปี 1960)
  • ราคา :ราคาของสฟิงซ์ อาจแตกต่างกันไปตามสถานที่ตั้ง ชื่อเสียงของผู้เพาะพันธุ์ และสายเลือดของพ่อแม่พันธุ์ โดยราคาของสฟิงซ์ในประเทศไทยโดยทั่วไปอยู่ที่ประมาณ 10,000-30,000 บาท หรืออาจสูงได้ถึง 200,000 บาทขึ้นไป
  • การดูแล  : สฟิงซเป็นสายพันธุ์แมวที่ต้องการการดูแลเป็นพิเศษ เนื่องจากพวกมันไม่มีขน จึงต้องอาบน้ำให้บ่อย อย่างน้อยสัปดาห์ละ 1-2 ครั้ง เพื่อทำความสะอาดผิวหนังและกำจัดสิ่งสกปรก นอกจากนี้ สฟิงซ์ยังต้องการการบำรุงผิวด้วยครีมบำรุงผิวเพื่อป้องกันไม่ให้ผิวหนังแห้งและระคายเคือง

2. แบมบิโน่ (Bambino)

แมวไม่มีขน
  • ลักษณะที่ปรากฏ :แบมบิโน่เป็นสายพันธุ์แมวไม่มีขนที่เกิดจากการผสมข้ามสายพันธุ์ระหว่างสฟิงซ์กับมัชคิน เป็นแมวขนาดเล็ก มีขาสั้น หัวเป็นรูปหัวใจ ดวงตากลมโต ผิวหนังมีริ้วรอยย่น สีขนและลวดลายของแบมบิโน่สามารถมีได้หลากหลาย ขึ้นอยู่กับสายพันธุ์ของพ่อแม่พันธุ์ โดยสีขนที่พบได้บ่อย ได้แก่ สีดำ สีน้ำตาล สีครีม สีฟ้า และสีน้ำตาลทอง
  • ลักษณะนิสัย  :  แบมบิโน่เป็นแมวที่น่ารัก ขี้เล่น และเข้ากับคนง่าย พวกเขามีความอยากรู้อยากเห็น ชอบสำรวจ และสนุกกับการเป็นจุดศูนย์กลางของความสนใจ
  • แหล่งกำเนิด  :  แบมบิโน่มีต้นกำเนิดมาจากสหรัฐอเมริกาในช่วงต้นทศวรรษ 2000 โดยนักเพาะพันธุ์ชาวอเมริกันชื่อ เจนนิเฟอร์ มอร์แกน
  • ราคา  :ราคาของแบมบิโน่ ในประเทศไทยโดยทั่วไปอยู่ที่ประมาณ 40,000-50,000 บาทเป็นต้นไป ขึ้นอยู่กับสถานที่ตั้ง ชื่อเสียงของผู้เพาะพันธุ์ และสายเลือดของพ่อแม่พันธุ์
  • การดูแล  :  แบมบิโน่เป็นสายพันธุ์แมวที่ต้องการการดูแลเป็นพิเศษ เนื่องจากพวกมันไม่มีขน จึงต้องอาบน้ำให้บ่อย อย่างน้อยสัปดาห์ละ 1-2 ครั้ง เพื่อทำความสะอาดผิวหนังและกำจัดสิ่งสกปรก นอกจากนี้ แบมบิโน่ยังต้องการการบำรุงผิวด้วยครีมบำรุงผิวเพื่อป้องกันไม่ให้ผิวหนังแห้งและระคายเคือง

3. ปีเตอร์บัลด์ (Peterbald)  

แมวไม่มีขน
  • ลักษณะที่ปรากฏ  :  แมวปีเตอร์บอลด์เป็นสายพันธุ์แมวไร้ขนที่มีลักษณะเด่นที่แตกต่างจากแมวสายพันธุ์อื่นๆ คือ มีขนบางหรือไม่มีขนเลย ผิวสัมผัสของผิวหนังจะเรียบเนียนเหมือนลูกพีช แมวปีเตอร์บอลด์มีสีและลวดลายของขนหลากหลาย มีทั้งสีดำ สีขาว น้ำตาล ครีม ลายเสือ ลายจุด เป็นต้น
  • ลักษณะนิสัย   :  แมวปีเตอร์บอลด์มีนิสัยเป็นมิตร ร่าเริง ขี้เล่น และเข้ากับคนได้ดี พวกมันชอบใช้เวลาอยู่กับเจ้าของและชอบเล่นกับของเล่นต่างๆ แมวปีเตอร์บอลด์เป็นสายพันธุ์แมวที่ปรับตัวเข้ากับสภาพแวดล้อมได้ดี พวกมันสามารถอยู่ร่วมกับสัตว์เลี้ยงอื่นๆ เช่น แมว สุนัข และเด็กได้อย่างมีความสุข
  • แหล่งกำเนิด  :  แมวปีเตอร์บอลด์มีถิ่นกำเนิดในประเทศรัสเซีย สายพันธุ์นี้ได้รับการพัฒนาขึ้นในปี 1990 โดยนักวิทยาศาสตร์รัสเซียชื่อ โอลก้า มิราโนว่า ผ่านการผสมข้ามสายพันธุ์ระหว่างแมวพันธุ์ Oriental Shorthairs กับแมวไม่มีขน
  • ราคา  :แมวปีเตอร์บอลด์ในประเทศไทยเริ่มต้นที่ประมาณ 30,000 บาท
  • การดูแล  :  แมวปีเตอร์บอลด์นั้นไม่แตกต่างจากการดูแลแมวสายพันธุ์อื่นๆ โดยเน้นที่การดูแลผิวหนังและเส้นขน แมวปีเตอร์บอลด์ที่ไม่มีขนเลยจำเป็นต้องอาบน้ำและทาครีมบำรุงผิวเป็นประจำ ส่วนแมวปีเตอร์บอลด์ที่มีขนบางก็จำเป็นต้องอาบน้ำและแปรงขนเป็นประจำเช่นกัน เพื่อป้องกันผิวหนังแห้งและคัน

3. ยูเครเนียน เลฟคอย (Ukrainian Levkoy)

แมวไม่มีขน
  • ลักษณะที่ปรากฏ  :แมวยูเครน เลฟคอยส์นั้นโดดเด่นที่สุดคือหูที่พับเข้าด้านใน ซึ่งทำให้พวกมันมีรูปลักษณ์ที่ไม่เหมือนใคร แมวยูเครน เลฟคอยส์ยังมีร่างกายที่ไม่มีขนหรือเกือบไม่มีขนอีกด้วย ผิวของแมวยูเครน เลฟคอยส์เรียบเนียนเหมือนลูกพีช และอาจมีรอยย่นเล็กน้อย
  • ลักษณะนิสัย  : แมวยูเครน เลฟคอยส์มีนิสัยที่เป็นมิตรและอ่อนโยน พวกมันเข้ากับเด็กและสัตว์เลี้ยงอื่น ๆ ได้ดี และชอบที่จะใช้เวลาอยู่กับเจ้าของ แมวยูเครน เลฟคอยส์จึงเป็นตัวเลือกที่ดีสำหรับผู้ที่มองหาแมวที่รักใคร่และเข้าสังคม
  • แหล่งกำเนิด  : แมวยูเครน เลฟคอยส์มีถิ่นกำเนิดในประเทศยูเครน สายพันธุ์นี้ได้รับการพัฒนาขึ้นในช่วงต้นทศวรรษ 2000 โดยนักเพาะพันธุ์ชาวยูเครนชื่อ Olga Mironova ผ่านการผสมข้ามสายพันธุ์ระหว่างแมวไม่มีขนในสายพันธุ์ Scottish Fold กับแมวพันธุ์ Oriental Shorthair
  • ราคา  :  แมวยูเครน เลฟคอยส์ในประเทศไทยเริ่มต้นที่ประมาณ 40,000 บาท
  • การดูแล แมวยูเครน เลฟคอยส์ นั้นไม่แตกต่างจากการดูแลแมวสายพันธุ์อื่นๆ โดยเน้นที่การดูแลผิวหนังและเส้นขน แมวยูเครน เลฟคอยส์ที่ไม่มีขนเลยจำเป็นต้องอาบน้ำและทาครีมบำรุงผิวเป็นประจำเพื่อป้องกันผิวหนังแห้งและคัน ส่วนแมวยูเครน เลฟคอยส์ที่มีขนบางก็จำเป็นต้องอาบน้ำและแปรงขนเป็นประจำเช่นกัน

5. เอลฟ์ แคท (Elf Cat)

แมวไม่มีขน
  • ลักษณะที่ปรากฏ  : แมวเอลฟ์เป็นสายพันธุ์ลูกผสมที่ผสมผสานลักษณะที่ไม่มีขนของแมวสฟิงซ์เข้ากับหูที่ม้วนงอของสายพันธุ์ American Curl แมวเอลฟ์จึงมีรูปลักษณ์ที่โดดเด่นไม่เหมือนใคร พวกมันมีร่างกายที่ไม่มีขนหรือมีขนบางๆ ปกคลุมเล็กน้อย ผิวหนังของแมวเอลฟ์เรียบเนียนเหมือนลูกพีช และอาจมีรอยย่นเล็กน้อย หูของแมวเอลฟ์จะโค้งงอไปข้างหน้า คล้ายกับหูของสุนัขพันธุ์ American Curl
  • ลักษณะนิสัย  :แมวเอลฟ์มีนิสัยที่เป็นมิตรและน่ารัก พวกมันชอบเข้าสังคมและสนุกกับการใช้เวลากับเจ้าของ แมวเอลฟ์จึงเป็นตัวเลือกที่ดีสำหรับผู้ที่มองหาแมวที่รักใคร่และเข้าสังคม
  • แหล่งกำเนิด  :แมวเอลฟ์มีถิ่นกำเนิดในประเทศสหรัฐอเมริกา สายพันธุ์นี้ได้รับการพัฒนาขึ้นในช่วงต้นทศวรรษ 2000 โดยนักเพาะพันธุ์ชาวอเมริกันชื่อ Carol Ann Brewer ผ่านการผสมข้ามสายพันธุ์ระหว่างแมวสฟิงซ์กับแมวพันธุ์ American Curl
  • ราคา  :แมวเอลฟ์ในประเทศไทยเริ่มต้นที่ประมาณ 70,000 บาท
  • การดูแล  :แมวเอลฟ์นั้นไม่แตกต่างจากการดูแลแมวสายพันธุ์อื่นๆ โดยเน้นที่การดูแลผิวหนังและเส้นขน แมวเอลฟ์ที่ไม่มีขนเลยจำเป็นต้องอาบน้ำและทาครีมบำรุงผิวเป็นประจำเพื่อป้องกันผิวหนังแห้งและคัน ส่วนแมวเอลฟ์ที่มีขนบางก็จำเป็นต้องอาบน้ำและแปรงขนเป็นประจำเช่นกัน

6 . ดเวลฟ์ (Dwelf)

แมวไม่มีขน
  • ลักษณะที่ปรากฏ  :เป็นสายพันธุ์ลูกผสมที่ผสมผสานลักษณะจากสายพันธุ์ Sphynx, Munchkin และ American Curl พวกมันจึงมีรูปลักษณ์ที่โดดเด่นไม่เหมือนใคร มีขนาดกะทัดรัด มีขาสั้น เป็นแมวไม่มีขนเลยหรือมีขนบางๆ ปกคลุมเล็กน้อย และหูม้วนงอ
  • ลักษณะนิสัย  :มีนิสัยเป็นที่รักใคร่ ขี้เล่น และชอบอยู่ร่วมกับมนุษย์ พวกเขาเข้ากับคนง่ายและชอบมีส่วนร่วมในกิจกรรมของครอบครัว แมว Dwelf จึงเป็นตัวเลือกที่ดีสำหรับผู้ที่มองหาแมวที่รักใคร่และเข้าสังคม
  • แหล่งกำเนิด  :แมว Dwelf มีถิ่นกำเนิดในประเทศสหรัฐอเมริกา สายพันธุ์นี้ได้รับการพัฒนาขึ้นในช่วงต้นทศวรรษ 2000 โดยนักเพาะพันธุ์ชาวอเมริกันชื่อ Carol Ann Brewer ผ่านการผสมข้ามสายพันธุ์ระหว่างแมวสฟิงซ์กับแมวพันธุ์ Munchkin และ American Curl
  • ราคา  :แมว Dwelf ในประเทศไทยเริ่มต้นที่ประมาณ 90,000 บาท
  • การดูแล  :แมว Dwelf นั้นไม่แตกต่างจากการดูแลแมวสายพันธุ์อื่นๆ โดยเน้นที่การดูแลผิวหนังและเส้นขน แมว Dwelf ที่ไม่มีขนเลยจำเป็นต้องอาบน้ำและทาครีมบำรุงผิวเป็นประจำเพื่อป้องกันผิวหนังแห้งและคัน ส่วนแมว Dwelf ที่มีขนบางก็จำเป็นต้องอาบน้ำและแปรงขนเป็นประจำเช่นกัน

7 . ดอนสคอย (Don Sphynx)

แมวไม่มีขน
  • ลักษณะที่ปรากฏ : Don Sphynx  หรือที่รู้จักกันในชื่อแมว Russian Hairless เป็น แมวพันธุ์รัสเซียที่ไม่มีขน ลักษณะที่ปรากฏของแมว Don Sphynx นั้นแตกต่างกันไปตามระดับของการไม่มีขน ซึ่งอาจตั้งแต่หัวล้านไปเลยไปจนถึงมีขนสั้นบางๆ ติดผิวเพียงนิดเดียว ผิวหนังของแมว Don Sphynx อาจมีรอยย่นและมีสีและลวดลายต่างๆ กัน แมว Don Sphynx มีขนาดปานกลางถึงใหญ่ หัวมีรูปทรงกลม ดวงตามีขนาดใหญ่ เป็นรูปไข่ และหูมีขนาดใหญ่และตั้งตรง
  • ลักษณะนิสัย : นิสัยแมวDon Sphynx เป็นแมวที่ฉลาด ชอบเข้าสังคม รักใคร่ และขี้สงสัย พวกเขาสร้างสายสัมพันธ์อันแน่นแฟ้นกับเจ้าของและสนุกกับการเล่นแบบโต้ตอบ แมว Don Sphynx จึงเป็นตัวเลือกที่ดีสำหรับผู้ที่แพ้ขนแมว หรือผู้ที่ชื่นชอบ แมวไร้ขน
  • แหล่งกำเนิด : แมวDon Sphynx มีถิ่นกำเนิดในประเทศรัสเซีย สายพันธุ์นี้ได้รับการพัฒนาขึ้นในปี 1980 โดยนักวิทยาศาสตร์รัสเซียชื่อ Eugeniya Chernetsova จากการกลายพันธุ์ตามธรรมชาติของแมวสฟิงซ์
  • ราคา : ราคาแมวDon Sphynx ในประเทศไทยเริ่มต้นที่ประมาณ 35,000 บาท
  • การดูแล วิธีการดูแลแมวDon Sphynx นั้นไม่แตกต่างจากการดูแลแมวสายพันธุ์อื่นๆ โดยเน้นที่การดูแลผิวหนังและเส้นขน แมว Don Sphynx จำเป็นต้องอาบน้ำและทาครีมบำรุงผิวเป็นประจำเพื่อป้องกันผิวหนังแห้งและคัน นอกจากนี้ยังควรระมัดระวังไม่ให้แมว Don Sphynx สัมผัสกับแสงแดดโดยตรง เนื่องจากผิวหนังของแมว Don Sphynx ไม่มีขน จึงไวต่อแสงแดด

ทำความรู้จัก:: สายพันธุ์แมวไทย